[KHR-Fic] No Title - 10027

posted on 02 Apr 2011 21:19 by foggy-cloud  in KHR-Fic

 

No Title 

 

Title : No Title

Base story : Katekyo Hitman Reborn!

Genre : Drama , Romance

Rate : PG - 13

Pairing : 10027 [Byakuran x Tsunayoshi]

Author : เมฆาสีหมอก

 

WARNING!! Yaoi ALERT!!!

 

 --------------------------------------------------------------------------------------

 

เจ็บ...

 

ทรมาน...

 

ผมรู้สึกได้เลยว่าร่างกายที่เต็มไปด้วยบาดแผลของผมค่อย ๆ ร่วงลงสู่พื้นดิน แต่บางสิ่งบางอย่างที่อบอุ่นรองรับร่างของผมไว้ไม่ให้เกิดอาการบอบช้ำมากกว่านี้

 

ทำไมล่ะ?

 

ผมค่อย ๆ เปิดเปลือกตาที่หนักอึ้ง ภาพที่ปรากฏช่วงพร่าเลือนเหลือเกิน... แต่ผมจำได้ ทั้งใบหน้า น้ำเสียง และสีขาวบริสุทธิ์นั่น... แล้วภาพก็เริ่มชัดเขนขึ้นราวกับเครื่องเล่นที่ได้รับการทำความสะอาดแล้ว

 

ใบหน้าคมคายที่ปกติจะแต่งแต้มด้วยรอยยิ้มกลับปราศจากอารมณ์ใด ๆ ดวงตาสีม่วงที่ทุกครั้งที่ทอประกายขี้เล่น กลับทอประกายเศร้าโศก รอยสักใต้ดวงตาเหมือนยาวกว่าเดิมราวกับกำลังร่ำไห้ เสื้อผ้าที่ทุกครั้งจะเป็นสีขาว ตอนนี้กลับเปรอะเปื้อนด้วยเลือด...ของผม

 

"เบีย...คุรัน..." ทันทีที่ชื่อนั้นถูกเอ่ยออกมา รสเหล็กก็ทะลักออกมาจากปาก ความเจ็บปวดจากบาดแผลที่อกซ้ายแล่นเข้าสู่สมองสมองอย่างรวดเร็วจนทำให้ผมอยากจะกรีดร้อง

 

ผมเกลียดความรู้สึกแบบนี้ชะมัด มันทำให้ผมรู้สึกเหมือนปลาทูน่าที่ถูกเชือด และนอนรอความตาย...

 

"ฉัน...ขอโทษ.." ชายหนุ่มเจ้าของนาม 'เบียคุรัน' เอ่ยแผ่วเบา ใบหน้าหล่อเหลาก้มลงต่ำจนไม่อาจเดาความรู้สึกได้

 

"ขอโทษ...ทำไมล่ะ?" ผมถามด้วยเสียงเบาไม่แพ้กัน ผมรวบรวมเรี่ยวแรงเฮือกสุดท้ายถอดถุงมือสีดำสนิทออกจากมือขวาของผมก่อนจะเอื้อมไปแตะใบหน้าของคนที่โอบกอดผมอยู่

 

เงยหน้าขึ้นมาสิ...ถ้านายก้มหน้า ฉันจะเห็นหน้านายก่อนจะไม่มีวันเห็นอีกได้ยังไง?

 

สัมผัสนั้นเรียกให้คนที่ก้มหน้าอยู่เงยหน้าขึ้น มือข้างซ้ายของเขากุมมือผมที่แตะใบหน้าเขาอยู่

 

อุ่นจัง... มีแต่ตรงนี้ที่อุ่นที่สุดในตอนนี้

 

"สึนะ ฉันทำร้ายเธอ...ฉันฆ่าเธอ...." เบียคุรันตอบ ดวงตาสีม่วงแซมด้วยความปวดร้าวแทบกรีดหัวใจผมเป็นชิ้น ๆ ไม่นะ...ผมไม่ต้องการให้คุณมองผมด้วยสายตาแบบนี้

 

ผมกระตุกยิ้มบาง ๆ แม้จะรู้สึกได้ดีถึงความเย็นเยียบที่เริ่มเกาะกุมหัวใจที่ถูกแทงทะลุ "ไม่เป็นไร ไม่เป็นไรนะ..." ผมปลอบเขาด้วยน้ำเสียงที่ผมคิดว่าอ่อนโยนที่สุด "...มันคือสิ่งที่นายต้องทำ ฉัน...เข้าใจ"

 

"..."

 

"ยิ้มสิ ยิ้ม...เหมือนทุกครั้งที่นายยิ้มให้ฉัน" ผมพูดต่อ อา...แย่จัง เสียงเริ่มเบาลงเรื่อย ๆ แล้ว เวลาของผมใกล้หมดแล้วสินะ "ฉันอยากจากไปโดยเห็นรอยยิ้มของนาย ไม่...ไม่ใช่ใบหน้า...ที่เศร้าโศก.."

 

แต่เขาก็ยังไม่ยิ้ม ก็ได้...ถ้านายไม่ยิ้ม ฉันจะยิ้มเอง

 

ผมค่อย ๆ คลี่ยิ้มมากว่าเดิม แต่ดูเหมือนจะไม่สำเร็จสินะ ก็ใบหน้าผมไม่รู้สึกอะไรแล้วนี่นา

 

"เบีย..." แล้วผมก็ต้องกลืนทุกคำพูดลงคอเมื่อผมรู้สึกได้ถึงสัมผัสอ่อนโยนที่ริมฝีปาก

 

นุ่มนวล...และอบอุ่น

 

เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าใดไม่ทราบ แต่สิ่งที่ผมรับรู้ คือเมื่อเบียคุรันถอนริมฝีปาก รอยยิ้มที่ผมรัก และอยากเห็นประดับอยู่บนใบหน้าของชาย...ที่สังหาร และรับฝากหัวใจของผมไว้

 

ผมพยายามยิ้มอีกครั้ง...และเป็นครั้งสุดท้าย เปลือกตาที่หนักอึ้งเริ่มชนะความพยายามของผม มันค่อย ๆ ปิดลงพร้อมกับที่เก็บภาพสุดท้ายของรอยยิ้ม และใบหน้าเบียคุรัน

 

"ฉันรักเธอนะ...สึนะ" เสียงแผ่วเบาเสียงสุดท้ายที่คุ้นหูกระทบโสตประสาทที่เริ่มด้านชา ผมรู้สึกว่าดวงตาที่ใกล้ปิดร้อนผะผ่าว และเปียกชื้นในเวลาต่อมา...

 

ฉันก็รักนาย เบียคุรัน...

 

 

คำพูดสุดท้ายของผม เขาจะได้ยินไหมนะ? ไม่สิ ต้องได้ยินแน่ๆ

 

และแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างก็แต่งแต้มด้วยสีดำ มืดมิดไปตลอดกาล...

 

†††††††† THE END †††††††

 
 

 Let's TALK

ตอนที่แต่งช่วงนั้น...กำลังพีคคู่นี้สุดๆเลยล่ะค่ะ แอร๊ ><
 
หวังว่าจะได้พบกันใหม่เอนทรี่หน้านะคะ ^^
 
 
by.เมฆาสีหมอก

[KHR-Fic] I Will Be Back - S80

posted on 19 Mar 2011 21:38 by foggy-cloud  in KHR-Fic

 

I Will Be Back 

 

Title : I will be back

Base story : Katekyo Hitman Reborn!

Genre : Drama , Romance

Rate : PG - 13

Pairing : S80 [Squallo x Yamamoto]

Author : เมฆาสีหมอก

 

WARNING!! Yaoi ALERT!!!

 

 ----------------------------------------------------------------------------------------------------

 

“ฉันขอออกไปเดินเล่นแป๊ปนะ” เด็กหนุ่มเรือนผมสีดำตัดสั้นตัวสูงรูปร่างเยี่ยงนักกีฬาตะโกนบอกใครอีกคนที่อยู่ในบ้านตนโดยขาก็ง่วนกับการใส่รองเท้าไปด้วย

 

“เอ๋? แต่ใกล้ถึงเวลาแล้วนะยามาโมโตะ” ใครอีกคนที่ว่าเดินออกมาจากห้องอาหารพร้อมกับถุงมือไหมพรมคู่ใจในมือ ใบหน้าอ่อนวัยฉายแววแปลกใจอย่างเห็นได้ชัด

 

“ไม่เป็นไรหรอกสึนะ ฉันไปถึงทันอยู่แล้วล่ะ” ยามาโมโตะ ทาเคชิตอบพลางยิ้มร่าตอบแบบฉบับของตน ก่อนจะหยิบดาบไม้ที่วางอยู่มาถือไว้ “นายล่วงหน้าไปก่อนก็แล้วกัน เดี๋ยวฉันตามไป”

 

เนตรสีน้ำตาลฉายแววลังเล “เอางั้นเหรอ?” ซาวาดะ สึนะโยชิ ถามอย่างไม่มั่นใจ

 

“วางใจได้ ฉันไม่โดนพวกนั้นดักโจมตีหรอกนา” ยามาโมโตะว่าทีเล่นทีจริงตามประสาคนมองโลกในแง่ดี “ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก”

 

“อ...อืม ถ้างั้นเดี๋ยวเจอกันนะ” ในที่สุดเพื่อนผมน้ำตาลก็จำต้องยอมแพ้พลางถอนหายใจก่อนจะโบกมือไปมาแทนการบอกลา เด็กหนุ่มร่างสูงโบกมือกลับก่อนจะเดินออกไป

 

รู้สึกผิดนิดๆ แต่ว่าตอนนี้เขาอยากอยู่คนเดียว...จริงๆ

 

ยามาโมโตะ  ทาเคชิ เดินทอดน่องเรื่อยๆไปตามถนน พยายามปล่อยใจ และสงบจิตให้พร้อมกับการต่อสู่ที่กำลังจะมาถึงในไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า แต่ก็อดนึกถึงคำพูดของพ่อไม่ได้

 

‘เพลงดาบชิงุระโซเอน แข็งแกร่งไร้เทียมทาน ไร้ช่องโหว่ใดๆทั้งสิ้น!!’

 

เขาเชื่อพ่อ...แต่ก็อดหวั่นใจไม่ได้ เพราะคู่ต่อสู้ที่เขาต้องประมือด้วย เคยเป็นว่าที่บอสของวาเรืยมาก่อน คงไม่ใช่คนที่จะชนะได้ง่าย ๆ แน่ ๆ

 

สเพลบี สควอลโล่?

 

ตั้งแต่เจอหน้าครั้งแรกตอนไปเดินเที่ยวในเมืองกับพวกสึนะ ยามาโมโตะก็รู้สึกได้ถึงรังสีอำมหิตและความเหี้ยมโหดของคนอย่างหมอนั่น และการพบกันครั้งนั้นทำให้เขาได้รู้สึกถึงความอับอายอย่างใหญ่หลวงของการพ่ายแพ้ที่น่าสมเพชเป็นครั้งแรก แล้วพอรู้ว่าต้องมาสู้ด้วยแบบนี้แล้ว เขาก็ไม่อยากแพ้อีกเป็นครั้งที่ 2

 

นั่นอาจจะเป็นเหตุผลหนึ่งที่ชักนำให้ไอ้คนบ้าเบสบอลอย่างเขาเข้าร่วมการต่อสู้ที่ไม่รู้ที่มาที่ไปแน่ชัด

 

“เฮ้! ไอ้หนูดาบญี่ปุ่น!!!” เสียงโหวกเหวกดังขึ้นข้างหลัง ทำเอายามาโมโตะสะดุ้งเฮือก และรีบหันกลับไป

 

โหเฮะ นึกถึงก็โผล่มาเลยแฮะ...เด็กหนุ่มร่างสูงคิดอย่างขบขัน แต่มือข้างขวาที่ถือดาบไม้ไว้ก็ตั้งท่าป้องกันตัว

 

สเพลบี สวอลโล่ ยืนอยู่ตรงนั้น เส้นผมสีเงินยาวถึงกลางหลังพร้อมด้วยเสื้อโค้ทหนังสีดำยาว และบูทดำ ทำให้คนเห็นอดสงสัยไม่ได้ว่า อากาศแบบนี้ไม่มีผลอะไรต่อหมอนี่เลยหรืออย่างไร

 

“หึหึ ฉันยังไม่ทำอะไรแกตอนนี้หรอก ไอ้ขยะสด!” ฉลามแห่งวาเรียหัวเราะในลำคอ “เอาไว้ขยี้แกในศึกคืนนี้มันสะใจกว่า!!”

 

ยามาโมโตะเลิกคิ้วสูง อะไรบางอย่างบอกให้เขารู้ว่า ...หมอนี้ไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร...ดังนั้นเขาจึงลดดาบลงระดับหนึ่ง “ฉันไม่ยอมให้นายขยี้ง่ายๆหรอก” เด็กหนุ่มโต้กลับอย่างใจเย็น

 

“ฮ่า ๆ เดี๋ยวก็รู้ไอ้หนู” สควอโล่แค่นเสียงหัวเราะ “แต่ก่อนหน้านั้นฉันมีเรื่องจะคุยกับแกว่ะ”

 

คู่สนทนาขมวดคิ้วด้วยความสงสัย “หือ? อะไรล่ะ?”

 

ฟึ่บ!

 

โดยไม่ทันตั้งตัว เขาก็รู้สึกได้ถึงความเย็นวาบที่ลำคอ...บางสิ่งบางอย่างที่มีความคมจ่อประชิดผิวหนังบริเวณหลอดลมอยู่

 

“ประมาทเกินไป!!” สควอโล่พูดเสียงเหี้ยมในขณะที่มือซ้ายพร้อมดาบอันแหลมคมที่จ่ออยู่ที่ลำคอของอีกฝ่าย

 

“ไหนว่าจะไม่ทำอะไรไง” ยามาโมโตะเอ่ยเสียงเบาพลางยิ้มเฝื่อน ๆ เหงื่อเย็นเฉียบเริ่มไหลอาบแก้ม มือขวากำด้ามดาบแน่น...แต่ทว่าไม่อาจขยับได้

 

“ถึงได้บอกไงล่ะว่าแกน่ะมันประมาทเกินไป!” เจ้าของดาบตวาดใส่ “สำนึกใส่สมองแกเสียบ้างว่าใครเป็นมิตรใครเป็นศัตรู คนอ่อนต่อโลกอย่างแกน่ะ อยู่ในโลกใบนี้ได้ไปนานหรอก!!”

 

ยามาโมโตะเบิกตากว้างอย่างคาดไม่ถึง ทำอะไรไม่ถูกไปพักหนึ่ง มือที่ดาบไว้คลายออกโดยไม่ได้ตั้งใจ “อย่าบอกนะว่าที่มานี่...ก็เพื่อมาเตือนฉันน่ะ?” เขาถามอย่างไม่มั่นใจ

 

สควอโล่ยิ้มเหี้ยม “เพื่อที่ชาติหน้า ขยะอย่างแกจะได้ไม่เกิดมาบื้อแบบนี้ไงล่ะ ฮ่า ๆ ๆ”

 

เดาว่า...คำตอบคือ ‘ใช่’

 

ดวงตาสีดำของถูกเตือนไหววูบ หมอนี่ไม่ใช่คนเลวจริงๆด้วย... 

 

แต่ความเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยของนัยน์ตา ไม่ทันรอดพ้นสายตาอันว่องไวของนักฆ่าไปได้ สควอโล่กัดฟันกรอดด้วยความหงุดหงิด ไอ้หนูนี่...มันน่าโมโหชะมัด!!! เขาสบถเบาๆกับตัวเอง

 

วืด!

 

สควอลโล่ลดดาบลงก่อนจะดึงคอเสื้ออีกฝ่ายให้เข้ามาใกล้อย่างแรงจนจมูกแทบจะชนกัน ดวงตาดุร้ายทอประกายหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด “อย่ามามองฉันด้วยสายตาแบบนั้น เอาความใจอ่อนและเห็นใจคู่ต่อสู้ออกไปจากหัวแกซะ!!!”

 

“แต่...แต่ว่า...”

 

“ถ้าแกไม่ใส่ฝีมือทั้งหมดของแก แกก็ต้องพ่ายแพ้และต้องตายในศึกนี้ ซึ่งหมายความว่าฉันจะเป็นผู้ชนะ และได้แหวนไป” นักฆ่าแห่งวาเรียขัด ดวงตาสีเงินทอประกายเหยียดหยาม และดูถูกอย่างเห็นได้ชัด “และแน่นอน ฉันจะต้องเป็นฝ่ายชนะแก ไอ้ขยะสด!!”

 

แววตาที่วูบไหวกลับมามั่นคงและแข็งกร้าว “ดาบของฉันแข็งแกร่งและไม่แพ้นายหรอก สควอโล่” ยามาโมโตะกดเสียงต่ำลง “และฉันจะแพ้ไม่ได้”

 

“ฮ่า ๆ พยายามเข้าไปเถอะ แล้วฉันจะรอดูว่าดาบที่แกภูมิใจนักภูมิใจหนามันจะทนดาบของฉันได้สักกี่น้ำ” เสียงดูถูกหัวเราะร่าอย่างผู้มีชัย ใบหน้าเจ้าเล่ห์ฉีกยิ้มกว้าง

 

“ได้นานกว่าที่นายคิดแน่ล่ะ” ยามาโมโตะตอบกลับก่อนจะกระตุกยิ้มที่มุมปาก ทำให้สควอโล่เลิกคิ้วสูงด้วยความแปลกใจ เขาหัวเราะในลำคอทีหนึ่ง ก่อนจะปล่อยคอเสื้อของอีกฝ่ายให้เป็นอิสระ

 

“หึ ไอ้ไก่อ่อนที่ดีแต่ปากแบบนี้จุดจบมันไม่สวยทุกที เดี๋ยวก็ได้รู้กัน” เขาคลี่ยิ้มเหี้ยม สิ้นคำพูด ร่างของสควอโล่ก็กระโดดผล็อยเดียวไปอยู่บนหลังคาตึกข้าง ๆ ทิ้งให้เด็กหนุ่มพร้อมกับดาบไม้ในมือยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย...

 

ถ้าไม่ใช่เจ้าตัวคงไม่รู้หรอกว่า ในใจมันปั่นป่วนแค่ไหน

 

และแน่นอน ถ้าไม่ใช่สเพลบี  สควอโล่ คงไม่รู้หรอกว่าตอนนี้ตัวเขากำลังแปลกใจตัวเอง และดีใจ...เขาดีใจ และตื่นเต้นที่จะได้ประมือกับไอ้หนูดาบญี่ปุ่นนั่น....

 

qwwwwwwwq

 

ห้อง ๆ หนึ่งในคฤหาสน์วาเรีย...ที่ ๆ ตั้งแต่ชายหนุ่มผมเงินกลับมาได้แต่เดินวนไปวนมารอบห้อง ในหัวหมุนติ้วและทบทวนสิ่งที่ตนทำไปเมื่อครู่

 

นี่ตูทำบ้าอะไรวะเนี่ย! ทำไมต้องไปเตือนศัตรูด้วยฟะ!!?

 

ใบหน้าบูดบึ้งมองกระจก ไม่นานนักก็ปรากฏใบหน้าเจ้าของฮาฟวองโกเล่ริงพิรุณอีกคนขึ้นที่หน้ากระจก  เออ เอาเข้าไป มองกระจกก็เห็นหน้าไอ้หนูนั่น!! นี่เราเป็นบ้าอะไรวะเนี่ย!!!

 

ความคิดสับสนปนเปประดังเข้ามาในจิตใจจนแทบตั้งรับไม่ทัน แต่สิ่งหนึ่งที่เขามั่นใจคือ...เขาดีใจที่จะได้สู้กับนักดาบเหมือนกัน แถมไอ้หนูนั่น...ก็น่าสนใจไม่หยอก

 

สู้กับยอดฝีมือหลายคน ถล่มสำนักหลายสำนัก ทำไมมันไม่รู้สึกดีใจเท่านี้นะ?

 

“โว้ย ช่างหัวมันสิวะ!!” ในที่สุดก็ตะโกนออกมาอย่างเหลืออด แล้วตามด้วยเสียงบางอย่างแตกดังเพล้ง ทำเอาคนที่เดินผ่านห้องเจ้าของเสียงสะดุ้งโหยง

 

“ต๊าย สควอโล่เป็นอะไรไปเนี่ย?” ชายหนุ่ม(?)ทรงผมนำเทรนด์(?)อดถามขึ้นมาไม่ได้ มือข้างขวาทาบบนอกอย่างน่าหมั่นไส้

 

“คงไม่มีหูฉลามให้กินมั้ง ชิชิชิ” ชายหนุ่มผมสีบลอนด์ยาวปิดหน้าปิดตาไปเกือบครึ่งตอบพลางคลี่ยิ้มกว้างตามแบบฉบับของตน

 

“เฮ้ย! ฉันได้ยินนะเว้ยพวกแก!!” ไม่ทันไร เจ้าของเสียงโครมครามก็โผล่หน้าออกมาจากห้อง ใบหน้าถมึงทึงยิ่งย่นยับเมื่อเห็นว่าใคร.... “ถ้าไม่อยากโดนสับเป็นชิ้น ๆ ก็ไปไกล ๆ เลยเว้ย!!”

 

“จะเอาไหมล่ะ ชิชิชิ เจ้าชายกำลังเบื่ออยู่พอดี” ไม่ว่าเปล่า เบลก็ชักมีดออกมาประกอบด้วย

 

“ตายแล้ว ๆ พอเลยทั้ง 2 คน จะฟัดกันก่อนไปสู้รึไงเนี่ย!!” ยังดีที่มีคนห้ามทัพอย่างลุซซูเรียได้ทันการ ไม่อย่างนั้นคงได้ลาก 2 ผู้พิทักษ์ไปสนามแข่งแทน ลุซซูเรียหันไปหาเจ้าคนโวยวายเมื่อครู่ก่อนจะพยายามดัดเสียงเลียนแบบบอสใหญ่แห่งวาเรีย “สควอโล่ บอสฝากมาบอกว่า ‘ถ้าแกไปสาย ได้ไม่ตายดีแน่ ไอ้สวะ!!’ น่ะ”

 

ดวงตาสีเงินกระตุกด้วยความรำคาญอีกครั้ง... “เออ! รู้แล้วเฟ้ย!!”

 

 

qwwwwwwwq

 

 

“ยามาโมโตะ ทาเคชิ  VS สเพลบี สควอโล่ เริ่มแข่งได้!!”

 

“เอาล่ะนะเฟ้ย!!!”

 

เมื่อการต่อสู้เริ่มขึ้น ทุกกระบวนท่าถูกงัดออกมาใช้ สายน้ำที่สาดกระเซ็นปนด้วยสายโลหิต ทุ่มพลังกายและฝีมือที่มีทั้งหมดเพื่อเอาชนะคู่ต่อสู้

 

แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นในใจของผู้ร่วมศึกทั้ง 2 ฝ่าย

 

นั่นคือ....ความลังเลใจ

 

ชั่วแวบหนึ่งของความคิด มันก่อเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาเมื่อปะทะดาบกัน ทำให้บทสนทนาเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน แล่นเข้ามา

 

ความรู้สึกผูกพันอันแสนแปลกประหลาดเหนี่ยวรั้งดาบไม่ให้ถึงจุดตาย

 

แต่นั่น...ทำให้ฝ่ายหนึ่งเผลอเปิดช่องว่าง

 

“กระบวนท่ารุก กระบวนท่าที่ 9...”

 

บ้าที่สุด!!!

 

ความรู้สึกเจ็บปวดและชาวูบแล่นเข้าสู่กระแสประสาท ร่างสูงเจ้าของเรือนผมสีเงินยาวค่อย ๆ ทรุดลงบนพื้นคอนกรีต  นี่น่ะรึ...ความพ่ายแพ้...  แล้วในที่สุดเขาก็สัมผัสได้ถึงพื้นแข็งที่ท่วมไปด้วยน้ำ

 

เจ็บใจ...ที่แพ้ แต่อีกความรู้สึกหนึ่งกลับบอกว่า...แบบนี้แหละ ดีแล้ว

 

พลัน สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นบางอย่างรูปทรงสามเหลี่ยมขึ้นมาเหนือผิวน้ำเบื้องล่าง และวิ่งตรงมาทางเขาด้วยความเร็วอันน่าเหลือเชื่อ  ฉลาม? หึหึ ไอ้พวกนั้นปล่อยออกมาแล้วเรอะ...แพ้แบบนี้ ไอ้บอสไม่ปล่อยให้อยู่รอดแน่... 

 

วืด!

 

แต่แล้วเขาก็รู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองถูกพยุงให้ลุกขึ้นยืน เขาเหลือบไปมอง แล้วก็พบว่าคนที่อยู่ข้าง ๆ เขาคือ...ยามาโมโตะ  ทาเคชิ อยากผลักแขนนั้นออก แต่ตอนนี้ไม่มีแรงแม้แต่จะพูด...

 

ครืน! ตูม!!!

 

และแล้ว แผ่นคอนกรีตก็รองรับน้ำหนักตัวคน 2 คนไม่ไหว มันแตกร้าว และร่วงลงมาบนผิวน้ำเบื้องล่าง ยิ่งทำให้เห็นขนาดของเจ้าของครีบสามเหลี่ยมนั่นมากกว่าเดิม

 

ปล่อยไว้แบบนี้ ได้ตายทั้งคู่แน่! ยามาโมโตะ ทาเคชิ...ฉันจะไม่ยอมให้แกตาย!!!

 

“เอาฉันลง” สควอโล่เอ่ยเสียงเบา

 

“ไม่!!”

 

“อย่าทำให้ศักดิ์ศรีของฉันต้องแปดเปื้อนสิวะ!”

 

“แต่ว่า...”

 

“หนวกหูเฟ้ย!!” สควอโล่ตวาดลั่น ก่อนจะเงยหน้ามองอีกฝ่าย “แกชนะไอ้หนู แกเก่งกว่าฉัน แต่จะเก่งมากขึ้นหากแกทิ้งความใจอ่อนบ้า ๆ นั่นไปซะ”

 

“สควอโล่...” ยามาโตะเรียกเสียงแผ่วเบา แล้วเขาก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อคอเสื้อถูกกระชากให้ก้มต่ำ บางอย่างประกบริมฝีปากอย่างแผ่วเบา และเนิ่นนาน จากนั้นเขาก็ได้ยินเสียงกระซิบที่ใบหู

 

“ฉลามกระจอก ๆ ทำอะไรฉันไม่ได้หรอก ฉันได้กลับมาทวงความพ่ายแพ้ครั้งนี้แน่ ยามาโมโตะ ทาเคชิ..”

 

ปึ้ก!!

 

ส้นเท้าถีบเข้าที่ท้องของยามาโมโตะอย่างแรงจนร่างของเขากระเด็นไปไกล เด็กหนุ่มรีบยันตัวขึ้นมา และหมายจะกระโจนเข้าไปช่วย แต่ทว่า มีเงาของสัตว์ขนาดใหญ่พุ่งผ่านเบื้องหน้าเขา และเข้าไปแทนที่พื้นที่ตรงนั้น....ตรงที่เขาเคยอยู่ ซึ่งนั่นหมายความว่า...

 

“โธ่เว้ย!” ยามาโมโตะสบถเบา ๆ สายตาจ้องมองผิวน้ำที่ปรากฏวงโลหิตที่แดงสดเป็นบริเวณกว้าง มือกำด้ามดาบแน่นจนสั่นระริก คำพูดประโยคสุดท้ายยังคงดังก้องอยู่ในหู

 

ไม่มีใครนอกจากเขาที่ได้ยิน

 

 

 

ไม่มีวันที่ใครจะได้รู้....นอกจากเขาและเจ้าของคำพูดนั้น

 

 

...

 

 

...

 

“...แล้วฉันจะกลับมา”

 

 

 

 

สควอโล่...ฉันจะเชื่อนายก็ได้...

 

 

 

†††††††† THE END †††††††

 

คู่นี้...นิต้ารีเควสมาค่ะ ^^

แม้จะนานแล้ว ก็เอามาปัดฝุ่นรีไรท์ใหม่อีกครั้ง

สควอกับยามะ?.... เหมือนเราจะเห็น 80s เป็นส่วนใหญ่เนอะ อิอิ

(เหมือนเราจะแต่งแต่คู่แรร์ หะๆ - -")

 

หวังว่าจะได้เจอกันเอนทรี่หน้านะคะ ^^

 

by.เมฆาสีหมอก